บุคคลในภาพ (จากซ้ายไปขวา): นาย กิตตินันท์ ธรมธัช, ประธานคณะที่ปรึกษาชุมชนชายที่มีความหลากหลายทางเพศ (M-CAB), ศาสตราจารย์ แพทย์หญิงเยาวลักษณ์ สุขธนะ, คณบดี, คณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล, แพทย์หญิงพัชรา ศิริวงศ์รังสรร, นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ, กรมควบคุมโรค, กระทรวงสาธารณสุข, นายแพทย์ทิมโมธี เอช โฮลท์ซ, ผู้อำนวยการโครงการวิจัยเอชไอวีและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์, ศูนย์ความร่วมมือไทย – สหรัฐ ด้านสาธารณสุข, นายแพทย์จอห์น อาร์ แมคอาเธอร์, ผู้อำนวยการศูนย์ความร่วมมือไทย – สหรัฐ ด้านสาธารณสุข, รักษาการอัครราชทูต คริสติน่า คาวิน, สถานทูตสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย

ฉลองครบ 10 ปี คลินิกชุมชนสีลม @ทรอปเมด

26 มิถุนายน 2558

คลินิกสีลม @ทรอปเมด ช่วยให้ผู้มีความหลากหลายทางเพศมีความภาคภูมิใจและปลอดภัยในตลอด 10 ปีที่ผ่านมา และก้าวหน้าต่อไป

สาสน์จากศูนย์ความร่วมมือ ไทย – สหรัฐ ด้านสาธารณสุข


คลินิกชุมชนสีลม @ทรอปเมด เป็นคลินิกที่เป็นมิตรสำหรับกลุ่มผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศ และเป็นที่ซึ่ง
ชายมีเพศสัมพันธ์กับชาย กะเทย สาวประเภทสอง และผู้หญิงข้ามเพศ สามารถเข้าร่วมการวิจัยเพื่อพัฒนาองค์ความรู้และเครื่องมือที่ทันสมัยสำหรับป้องกัน
ชุมชนจากเชื้อเอชไอวี คลินิกชุมชนสีลม @ทรอปเมด ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 2005 โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อเป็นต้นแบบสำหรับการบูรณาการงานวิจัยด้านป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีและ
การบริการสำหรับกลุ่มชายมีเพศสัมพันธ์กับชาย กะเทย สาวประเภทสอง

นับตั้งแต่วันที่เริ่มเปิดให้บริการ (30 กันยายน 2005) เมื่อเกือบ 10 ปีที่ผ่านมา เรามีจำนวนลูกค้า
มารับบริการประมาณ 10,250 ราย โดยเป็นการเข้ามารับบริการเกือบ 40,000 ครั้ง ในแต่ละปีเราปิดให้บริการเพียงไม่กี่วันในช่วงสงกรานต์และคริสต์มาส/ปีใหม่

คลินิกชุมชนสีลม @ทรอปเมด มีความมุ่งมั่นที่จะช่วยเหลือผู้ที่อยู่ร่วมกับเชื้อเอชไอวี/เอดส์ นับถึงเดือนมิถุนายน 2015 เราให้บริการแก่ผู้อยู่ร่วมกับเชื้อเอชไอวีจำนวนทั้งสิ้น 3,725 ราย ในจำนวนนี้มีเกือบ 1,200 รายที่กำลังรับการรักษาด้วยยาต้านไวรัส และมีมากกว่า 2,500 ราย ที่ยังคงเข้าใช้บริการในระบบการบริหารรายบุคคลและการติดตามที่คลินิกของเรา

การศึกษาแบบติดตามกลุ่มชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชายในพื้นที่กรุงเทพมหานคร
(เริ่มโครงการในปี พ.ศ. 2549) ได้ติดตามชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชายในกรุงเทพมหานครจำนวน 1,744 ราย เป็นเวลา 5 ปี เพื่อประเมินความชุก อุบัติการณ์ พฤติกรรมเสี่ยง อัตราการติดตาม และความตั้งใจที่จะเข้าร่วมในการวิจัยทางชีวเวชศาสตร์การแพทย์ คลินิกของเราเป็นหนึ่งในคลินิกขนาดใหญ่ที่สุดในโลกที่เน้นให้บริการแก่กลุ่มประชากรชายมีเพศสัมพันธ์กับชาย กะเทย สาวประเภทสอง และผู้หญิงข้ามเพศ และได้ประชากรผู้เข้าร่วมการวิจัยที่มีความซื่อตรงและมุ่งมั่น ทั้งนี้ ผู้เข้าร่วมการวิจัยรายสุดท้ายจะเสร็จสิ้นการติดตามในเดือนพฤศจิกายนนี้ และเราจะทำการวิเคราะห์ผลเพื่อหาวิธีการใหม่ๆ ในการติดตามดูแลสุขภาพของชายมีเพศสัมพันธ์กับชาย กะเทย สาวประเภทสอง และผู้หญิงข้ามเพศ

คลินิกชุมชนสีลม @ทรอปเมด ได้รับการอนุมัติตั้งแต่ปี พ.ศ. 2553 ให้เป็นสถานที่ทำวิจัยการป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี ภายใต้การสนับสนุนของสถาบันสุขภาพแห่งชาติสหรัฐอเมริกา การศึกษาวิจัยทางคลินิกโครงการแรกของคลินิกชุมชนสีลมได้ดำเนินการเสร็จสิ้นเรียบร้อยในปลายปีที่แล้ว (พ.ศ. 2557) ซึ่งเป็นการตรวจสอบวินัย ความครอบคลุม และพฤติกรรมการกินยาต้านไวรัสก่อนสัมผัสเชื้อแบบไม่ต้องกินยาทุกวัน เพื่อป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีในกลุ่มชายมีเพศสัมพันธ์กับชาย ในขณะนี้เรากำลังรออย่างจดจ่อถึงผลสรุปของการวิจัยนี้ ซึ่งจะเผยแพร่ผลในช่วงกลางเดือนกรกฏาคม 2558 ในงานประชุมสมาคมโรคเอดส์ระดับโลก (IAS) ที่ประเทศแคนาดา คลินิกชุมชนสีลม @ทรอปเมด ยังเป็นสถานที่ในการทำการวิจัยชิ้นสำคัญร่วมกับเครือข่ายวิจัยไมโครบิไซด์ (สารฆ่าเชื้อจุลินทรีย์) เพื่อตรวจสอบถึงความปลอดภัยและการยอมรับเจลทีโนโฟเวียร์สำหรับใช้ทางทวารหนักในชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย กะเทย สาวประเภทสอง และผู้หญิงข้ามเพศ ผลของการวิจัยนี้ ที่คาดว่าจะเผยแพร่ในปลายปี พ.ศ. 2558 หรือต้นปี พ.ศ. 2559 จะเป็นตัวจักรสำคัญที่จะบ่งชี้และเป็นความหวังในการพัฒนาชุดเครื่องมือเพื่อป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีสำหรับกลุ่มประชากรหลัก

เราคาดหวังถึงอีก 10 ปีของการให้บริการที่มีประสิทธิภาพกับชุมชน และการพัฒนาข้อมูลอันเป็นประโยชน์ที่สามารถนำมาแปลงสู่การปฏิบัติจริงได้ และช่วยให้เราลดการติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่เป็นศูนย์ได้

สาสน์จากประธานคณะที่ปรึกษาชุมชนชายที่มีความหลากหลายทางเพศ

ในวาระเฉลิมฉลองการครบรอบความร่วมมือ 10 ปี ระหว่างคลินิกชุมชนสีลม @ทรอปเมด และคณะที่ปรึกษาชุมชนชายที่มีความหลากหลายทางเพศ (M-CAB) นี้ ทางชุมชนใคร่ขอแสดงความดีใจและขอบคุณที่ทางคลินิกได้ทุ่มเทให้ความสนใจและสนับสนุนการมีส่วนร่วมของชุมชนเป็นอย่างดี ด้วยความร่วมมือนี้ ทางชุมชนได้เรียนรู้และเพิ่มพูนศักยภาพในการดูแลตนเองและศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีเป็นอย่างมาก และยังช่วยให้ชุมชนได้มีพื้นที่ในการร่วมกันเรียนรู้และทำงานเพื่อผลประโยชน์ของชุมชนโดยรวม ไม่ใช่แค่เพียงเพื่อผลประโยชน์ขององค์กรใดองค์กรหนึ่ง ซึ่งการร่วมกันทำงานนี้ทำให้ได้ประสิทธิผลมากขึ้น ตามความจริงที่ว่า ในโลกนี้ไม่มีใครที่มีทรัพยากรมากพอที่จะทำเพียงเพื่อผลประโยชน์ของคนเพียงกลุ่มเดียว พวกเราจะต้องร่วมมือกันทำเพื่อผลประโยชน์ของทุกคน ชุมชนหวังเป็นอย่างยิ่งว่าความร่วมมืออันดีนี้จะยังคงมีต่อๆ ไป